แชร์

ฝ้าเกิดจากอะไร? รู้จักชนิดของฝ้า พร้อมวิธีรักษาให้จางลง

อัพเดทล่าสุด: 17 มิ.ย. 2026
2014 ผู้เข้าชม

 สลายฝ้า จบปัญหาผิว คืนความมั่นใจให้ผิวดูกระจ่างใส

 

ฝ้า (Melasma) คืออะไร?

     ฝ้า (Melasma) คือภาวะความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในผิวหนัง ทำให้เกิดรอยปื้นหรือรอยสีน้ำตาลบนใบหน้า โดยมักพบได้บริเวณโหนกแก้ม แก้ม หน้าผาก สันจมูก และเหนือริมฝีปาก

     ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิง และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้า ได้แก่

  • แสงแดดและรังสี UV
  • ฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์หรือยาคุมกำเนิด
  • พันธุกรรม
  • ยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
  • เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว
  • ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

ลักษณะของฝ้า

ฝ้าตื้น (Epidermal Melasma)

ฝ้าตื้นเกิดในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นนอก จึงตอบสนองต่อการรักษาได้ค่อนข้างดี มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้ม ขอบเขตชัดเจน และมองเห็นได้ชัดบนผิวหน้า

 

ฝ้าลึก (Dermal Melasma)

ฝ้าลึกเกิดในชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งอยู่ลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า ทำให้รักษาได้ยากกว่า มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเทา หรือสีม่วงอมเทา ขอบเขตไม่ชัดเจน และมักต้องอาศัยการรักษาหลายวิธีร่วมกัน

 

ฝ้าผสม (Mixed Melasma)

เป็นฝ้าที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมีทั้งเม็ดสีที่อยู่ในชั้นตื้นและชั้นลึกร่วมกัน จึงจำเป็นต้องวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

 

วิธีรักษาฝ้า

1. การใช้ครีมกันแดด (Sunscreen)
ครีมกันแดดถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาฝ้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 50+ และ PA+++ หรือสูงกว่า พร้อมทาซ้ำระหว่างวันเมื่อมีกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อช่วยป้องกันการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีใหม่

2. การใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนเม็ดสี
ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยลดการสร้างเมลานินและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ สามารถช่วยให้ฝ้าดูจางลงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีฝ้าตื้น

3. การรับประทานยาและวิตามิน
ภายใต้การดูแลของแพทย์ อาจมีการใช้ยาหรือวิตามินกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เพื่อช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีและเสริมประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า

4. การฉีดเมโสลดฝ้า (Meso Therapy)
เป็นการนำสารสำคัญเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินและฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น โดยอาจต้องทำอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด

5. การรักษาด้วยเลเซอร์ (Laser)
เทคโนโลยีเลเซอร์ เช่น Q-Switched Nd:YAG Laser หรือ IPL สามารถช่วยลดการสะสมของเม็ดสีเมลานินและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีฝ้าดื้อรักษาหรือฝ้าลึก


วิธีป้องกันการเกิดฝ้า

แม้ว่าฝ้าจะสามารถรักษาให้ดูจางลงได้ แต่การป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สิ่งที่ควรทำ

✅ ทาครีมกันแดด SPF 50+ PA+++ เป็นประจำทุกวัน

✅ สวมหมวก กางร่ม หรือแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง

✅ ดูแลผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้นอยู่เสมอ

✅ ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลต่อฮอร์โมนและเม็ดสีผิว

สิ่งที่ไม่ควรทำ

❌ การตากแดดเป็นเวลานาน

❌ การละเลยการทาครีมกันแดด

❌ การใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

❌ การซื้อยารับประทานเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์


ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งแสงแดด ฮอร์โมน และพันธุกรรม การรักษาจึงควรทำควบคู่กับการป้องกันและดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หากได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ฝ้าดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
Sculptra คืออะไร? ฟื้นฟูผิวจากภายใน กระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
เรียนรู้ว่า Sculptra คืออะไร ตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวหย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความกระชับและความอิ่มฟู เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์แลดูธรรมชาติยิ่งขึ้น
2 ก.ย. 2024
Rejuran VS Hyabell หมัดต่อหมัด โปรแกรมไหนเหมาะกับผิวของคุณ?
Rejuran VS Hyabell ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบจุดเด่น หลักการทำงาน ผลลัพธ์ และผู้ที่เหมาะกับแต่ละโปรแกรม เพื่อเลือกการฟื้นฟูผิวที่ใช่สำหรับคุณ
4 ม.ค. 2024
ปัญหาผิวแบบนี้ แก้ด้วยโปรแกรมไหนได้บ้าง ?
คุณกำลังเจอปัญหาผิวแบบไหนอยู่? รอยสิว ฝ้า กระ ผิวแห้งขาดน้ำ หรือรูขุมขนกว้าง?
27 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy