โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

ปรับรูปทรงริมฝีปาก เติมความอวบอิ่ม

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

ปรับรูปทรงริมฝีปาก เติมความอวบอิ่ม ให้ได้สัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ

หลายคนอาจกำลังเผชิญกับปัญหาริมฝีปากบาง มีร่องริมฝีปาก ปากแห้ง หรือรูปทรงริมฝีปากไม่สมมาตร ซึ่งอาจส่งผลต่อสัดส่วนและภาพรวมของใบหน้า แม้ว่าการแต่งหน้าจะช่วยปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูสวยขึ้นได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถปรับโครงสร้างหรือเติมเต็มวอลลุ่มของริมฝีปากได้โดยตรง


โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มริมฝีปาก ปรับรูปทรงและสัดส่วน รวมถึงเพิ่มความอวบอิ่มให้ดูเป็นธรรมชาติ และรับกับใบหน้ามากขึ้น วันนี้ Seven Days Clinic จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก



กับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ตั้งแต่ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร ไปจนถึงข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำค่ะ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากคืออะไร

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) บริเวณริมฝีปาก เพื่อช่วยเติมวอลลุ่มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยแพทย์สามารถออกแบบตำแหน่งและปริมาณการฉีดให้เหมาะกับรูปปากเดิม โครงสร้างใบหน้า และความต้องการของแต่ละบุคคล


โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากได้หลายด้าน เช่น ปากบาง ริมฝีปากไม่สมมาตร ขอบปากไม่ชัด หรือมีร่องบริเวณริมฝีปาก รวมถึงสามารถใช้เพื่อปรับรูปทรงปาก เพิ่มความอวบอิ่ม และทำให้สัดส่วนระหว่างริมฝีปากบนและล่างดูสมดุลรับกับใบหน้ามากขึ้น


เนื่องจาก Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงช่วยให้ริมฝีปากบริเวณที่ฉีดดูเต็มและชุ่มชื้นขึ้น อย่างไรก็ตาม รูปทรงและผลลัพธ์ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรได้รับการประเมินโครงสร้างริมฝีปากและใบหน้าโดยแพทย์ก่อนทำโปรแกรม

ปัญหารูปปากที่พบได้บ่อย

รูปทรงและสัดส่วนของริมฝีปากแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งจากโครงสร้างเดิม พันธุกรรม และการเปลี่ยนแปลงตามวัย โดยปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่

ริมฝีปากบาง

ลักษณะของริมฝีปากบาง เนื้อริมฝีปากหรือวอลลุ่มค่อนข้างน้อย ทำให้ปากดูบางและอาจไม่สมดุลกับสัดส่วนของใบหน้า

ริมฝีปากบนและล่างไม่ได้สัดส่วน

เช่น ริมฝีปากบนบางกว่าด้านล่างมาก หรือมีวอลลุ่มที่ไม่สมดุลกัน

ริมฝีปากไม่สมมาตร

ปากด้านซ้ายและขวาอาจมีรูปทรง ความสูง หรือความอวบอิ่มแตกต่างกัน

ขอบปากไม่ชัด

เส้นขอบริมฝีปากหรือ Cupid’s Bow ไม่เด่นชัด ทำให้รูปทรงปากดูไม่คมและแต่งขอบปากได้ยาก

มีร่องบริเวณริมฝีปาก

ริมฝีปากมีเส้นหรือร่องชัด โดยเฉพาะเมื่อวอลลุ่มและความชุ่มชื้นของริมฝีปากลดลง

ริมฝีปากดูแห้งหรือขาดความอวบอิ่ม

ปากอาจดูไม่เต็ม มีร่อง และดูไม่เรียบเนียน

มุมปากดูตก

ลักษณะมุมปากที่ชี้ลงอาจทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูเหนื่อยหรือไม่สดใส

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยเรื่องอะไร

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงและสัดส่วนของริมฝีปาก ให้เข้ากับใบหน้า โดยใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เพื่อเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งแพทย์จะประเมินและออกแบบการฉีดให้เหมาะกับโครงสร้างริมฝีปากและใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยสามารถช่วยในด้านต่าง ๆ ดังนี้


  • เติมเต็มริมฝีปากบาง ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มและมีมิติมากขึ้น
  • ปรับรูปทรงริมฝีปาก เช่น เพิ่มความชัดของทรงปากหรือ Cupid’s Bow ให้รูปปากดูได้สัดส่วน
  • ปรับริมฝีปากบนและล่างให้สมดุล ช่วยให้สัดส่วนของริมฝีปากดูรับกันและเข้ากับองค์ประกอบของใบหน้า
  • แก้ปัญหาริมฝีปากไม่สมมาตร สามารถเติมเต็มเฉพาะบริเวณเพื่อช่วยปรับความแตกต่างของริมฝีปากทั้งสองข้าง
  • เติมเต็มร่องริมฝีปาก ช่วยให้ร่องหรือเส้นบนริมฝีปากดูตื้นขึ้น และริมฝีปากดูเรียบเนียนขึ้น
  • เพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟู HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงช่วยให้บริเวณริมฝีปากที่ฉีดดูชุ่มชื้นและอิ่มฟูขึ้น
  • ปรับภาพรวมของริมฝีปากให้รับกับใบหน้า แพทย์สามารถออกแบบวอลลุ่มและรูปทรงโดยคำนึงถึงสัดส่วนของจมูก คาง และโครงหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มี ริมฝีปากบาง และต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม
  • ผู้ที่มี ริมฝีปากบนและล่างไม่ได้สัดส่วน
  • ผู้ที่มี รูปปากไม่สมมาตร หรือริมฝีปากสองข้างแตกต่างกัน
  • ผู้ที่มี ร่องริมฝีปากชัด และต้องการให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่มี ขอบปากหรือทรงปากไม่ชัด และต้องการปรับรูปทรงให้มีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการ ปรับทรงปาก เช่น ทรงปากกระจับ ปากอวบอิ่ม หรือรูปทรงที่เหมาะกับใบหน้าของตนเอง
  • ผู้ที่รู้สึกว่า ริมฝีปากสูญเสียวอลลุ่มตามวัย และต้องการเติมเต็มให้ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนริมฝีปากให้ รับกับโครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ทรงปากยอดนิยม มีแบบไหนบ้าง

การเลือกทรงปากไม่จำเป็นต้องยึดตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว เพราะรูปทรงที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับ รูปปากเดิม สัดส่วนริมฝีปาก โครงหน้า จมูก และคาง เพื่อให้ผลลัพธ์โดยรวมดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะต้องประเมินแล้วแต่บุคคล ส่วนทรงปากที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่

รูปรวมทรงปาก
  • ทรงปากกระจับ (Cupid’s Bow Lips) 
    
    เน้นส่วนโค้งบริเวณกึ่งกลางริมฝีปากบนให้ชัดเจน พร้อมปรับสัดส่วนริมฝีปากให้ดูมีมิติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทรงปากที่ดูชัดขึ้น


  • ทรงปากธรรมชาติ (Natural Lips)
    
    เน้นเติมวอลลุ่มเท่าที่จำเป็น โดยยังคงรูปทรงปากเดิมไว้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ปากดูอิ่มฟูขึ้นแต่ไม่ต้องการเปลี่ยนรูปทรงมาก


  • ทรงปากเกาหลี (Korean Lips)
    
    เน้นความละมุน อวบอิ่มบริเวณกึ่งกลางริมฝีปาก และรักษาสัดส่วนโดยรวมให้ดูเป็นธรรมชาติ


  • ทรงปากอวบอิ่ม (Full Lips)
    
    เพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากบนและล่างดูเต็มขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือต้องการให้ปากดูโดดเด่นขึ้น


  • ทรงปาก (M-Shape)
    
    เน้นเส้นโค้งของริมฝีปากบนให้มีลักษณะคล้ายตัว M ช่วยเพิ่มมิติและความชัดเจนของรูปทรงปาก


  • ทรงปากสายฝอ (Western-Style Full Lips)
    
    เน้นวอลลุ่มและความอวบอิ่มของริมฝีปากมากขึ้น ให้ขอบปากและรูปทรงดูชัด เหมาะกับผู้ที่ชอบลุคปากเต็มและมีมิติ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก เลือกยี่ห้อไหนดี

การเลือกฟิลเลอร์ปากควรพิจารณาทั้ง ยี่ห้อ รุ่น ลักษณะเนื้อเจล และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีความยืดหยุ่นและคุณสมบัติในการเติมวอลลุ่มแตกต่างกัน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับบริเวณริมฝีปากและได้รับการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล


ที่ Seven Days Clinic มีโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากด้วย Restylane® KYSSE™ ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ที่ออกแบบมาสำหรับบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะ เนื้อเจลมีความนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและความชัดของรูปทรงปาก พร้อมรองรับการเคลื่อนไหวและการแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

Restylane® KYSSE™ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  • เติมวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น
  • ช่วยปรับรูปทรงและเพิ่มความชัดของขอบปาก
  • ช่วยปรับริมฝีปากที่ไม่สมมาตรให้ดูสมดุลขึ้น
  • ช่วยให้เนื้อสัมผัสริมฝีปากดูเรียบเนียนขึ้น
  • เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น เหมาะกับบริเวณริมฝีปากที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา


ทั้งนี้ การเลือกฟิลเลอร์ปากไม่ควรพิจารณาจากยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แพทย์ควรประเมิน รูปปากเดิม สัดส่วนใบหน้า ปริมาณฟิลเลอร์ และทรงปากที่ต้องการ เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ

เตรียมตัวก่อนเข้าทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

อนเข้ารับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเตรียมตัวให้เหมาะสมเพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวม ช้ำ หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการบริเวณริมฝีปาก
  • หากใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออกหรือรอยช้ำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ และ ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • หากมี แผล การติดเชื้อ เริม หรือการอักเสบบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์และอาจต้องเลื่อนการทำออกไปจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารตามปกติก่อนเข้ารับบริการ
  • หากมีประวัติ เริมที่ริมฝีปาก (Cold Sores) ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

ข้อปฏิบัติหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก อาจพบอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือมีรอยช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้น การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้บริเวณที่ฉีดฟื้นตัวได้ดีขึ้น


  • ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการ กด บีบ นวด หรือจับริมฝีปากแรง ๆ เว้นแต่แพทย์แนะนำ
  • สามารถประคบเย็นอย่างเบามือเพื่อลดอาการบวม โดยไม่กดลงบนบริเวณที่ฉีดแรงเกินไป
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า ออนเซ็น ห้องอบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก เพราะอาจทำให้อาการบวมหรือรอยช้ำชัดขึ้น
  • รักษาความสะอาดบริเวณริมฝีปากและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณรอยเข็มโดยไม่จำเป็น
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำและเข้ารับการติดตามผลตามที่แพทย์นัดหมาย


ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ประสบการณ์และคุณสมบัติของแพทย์ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม


หากอยากรู้ให้ครบก่อนฉีด แนะนำอ่านต่อ “ฟิลเลอร์คืออะไร? รวมเรื่องควรรู้แบบหมดเปลือกก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์” เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการค่ะ

ทำไมต้องโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

ที่ Seven Days Clinic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม?
ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณริมฝีปาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่ค่อนข้างไวต่อความรู้สึก โดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาหรือวิธีช่วยลดความรู้สึกไม่สบายก่อนทำ ทั้งนี้ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากใช้กี่ CC?
ปริมาณฟิลเลอร์ปากที่ใช้ขึ้นอยู่กับรูปปากเดิม ปริมาณเนื้อริมฝีปาก และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยหลายเคสอาจเริ่มต้นประมาณ 1 CC แต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน?
หลังฉีดอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำในช่วงแรก โดยอาการบวมมักค่อย ๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรรอให้อาการบวมลดลงก่อนประเมินรูปทรงและผลลัพธ์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม?
การฉีดฟิลเลอร์ปากมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงเช่นเดียวกับหัตถการฉีดอื่น ๆ ตั้งแต่อาการบวม ช้ำ หรือกดเจ็บ ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่รุนแรง เช่น การอุดตันของหลอดเลือด จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล เนื่องจากริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย ระยะเวลาของผลลัพธ์จึงอาจแตกต่างกันในแต่ละคน
ฟิลเลอร์ปากสามารถสลายได้ไหม?
หากเป็นฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) สามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ได้ในกรณีที่แพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็น โดยควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและดำเนินการ
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันถึงเข้าที่?
ในช่วงแรกริมฝีปากอาจยังมีอาการบวม ทำให้รูปทรงดูแตกต่างจากผลลัพธ์จริง โดยทั่วไปควรรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการบวมลดลงและฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่ ก่อนประเมินผลลัพธ์โดยรวม
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากทาลิปหรือแต่งหน้าได้ไหม?
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้ผลิตภัณฑ์บริเวณรอยเข็มในช่วงแรก เพื่อลดการระคายเคืองและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ สำหรับช่วงเวลาที่สามารถทาลิปหรือแต่งหน้าได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการรักษา
ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นก้อนได้ไหม?
หลังฉีดอาจรู้สึกถึงความไม่เรียบหรือก้อนเล็ก ๆ ในช่วงแรกจากอาการบวมและการกระจายตัวของฟิลเลอร์ ซึ่งอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฟิลเลอร์เข้าที่ หากพบก้อนแข็ง เจ็บ หรือมีความผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมิน
ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วสามารถฉีดเพิ่มได้ไหม?
สามารถพิจารณาเติมฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ แต่ควรรอให้อาการบวมลดลงและประเมินผลลัพธ์หลังฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน จากนั้นแพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณหรือปรับรูปทรงบริเวณใดเพิ่มเติมหรือไม่
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy