Rejuran VS Hyabell หมัดต่อหมัด โปรแกรมไหนเหมาะกับผิวของคุณ?

Rejuran VS Hyabell หมัดต่อหมัด โปรแกรมไหนเหมาะกับผิวของคุณ?
Rejuran VS Hyabell เลือกอะไรดี? มาทำความเข้าใจกันก่อน
ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมฟื้นฟูผิวด้วยการฉีดจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ โปรแกรมฉีด Rejuran และ โปรแกรมฉีด Hyabell ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในกลุ่มคนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
แต่ทั้งสองโปรแกรมมีความแตกต่างกันอย่างไร? โปรแกรมไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน? วันนี้ Seven Days Clinic จะพามาทำความเข้าใจและเปรียบเทียบแบบหมัดต่อหมัด เพื่อช่วยให้คุณเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ผิวของตัวเองมากที่สุด
โปรแกรมฉีด Rejuran คืออะไร?
จุดเด่นของโปรแกรมฉีด Rejuran คือการช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีด Rejuran มีหลักการทำงานอย่างไร?
- ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- เพิ่มความแข็งแรงให้ชั้นผิว
- ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
- ฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน

โปรแกรมฉีด Rejuran ช่วยเรื่องอะไร?
- ฟื้นฟูผิวแห้ง ขาดน้ำ
- ลดริ้วรอยร่องตื้น
- ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
- เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว
- ปรับผิวให้เรียบเนียน
- ช่วยให้ผิวดูฉ่ำวาว สุขภาพดี
โปรแกรมฉีด Rejuran เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีผิวอ่อนแอ
- ผู้ที่มีหลุมสิว
- ผู้ที่มีริ้วรอยเริ่มต้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
- ผู้ที่ต้องการงานผิวสุขภาพดีจากภายใน

จุดเด่นของโปรแกรมฉีด Rejuran
- เน้นซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวระดับเซลล์
- ช่วยเรื่องหลุมสิวและผิวไม่แข็งแรงได้ดี
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
- ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
การดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรมฉีด Rejuran
- งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- แจ้งโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยากับแพทย์
- การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีด Rejuran
- งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า หรืออบไอน้ำ
- งดออกกำลังกายหนัก 1-2 วัน
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
โปรแกรมฉีด Hyabell คืออะไร?
โปรแกรมฉีด Hyabell เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวจากประเทศเยอรมนี ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid (HA) แบบ Non-Crosslinked ไม่มีส่วนผสมของ BDDE ไม่จับตัวเป็นก้อน ไม่อุดตัน และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ จุดเด่นสำคัญของโปรแกรมฉีด Hyabell คือการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และสุขภาพดี
โปรแกรมฉีด Hyabell มีหลักการทำงานอย่างไร?
Hyaluronic Acid จะช่วยดึงน้ำและกักเก็บน้ำไว้ในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นส่งผลให้
- ผิวอิ่มน้ำ
- ผิวดูฟูขึ้น
- ผิวเรียบเนียน
- เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
- ลดความแห้งกร้าน
โปรแกรมฉีด Hyabell ช่วยเรื่องอะไร?
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี
- รูขุมขนดูกระชับขึ้น
- ลดริ้วรอยจากผิวขาดน้ำ
- ผิวดูสดใส กระจ่างใส
- ฟื้นฟูผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อย

โปรแกรมฉีด Hyabell เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ
- ผู้ที่ต้องการงานผิวฉ่ำโกลว์
- ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว
- ผู้ที่แพ้อาหารทะเล
จุดเด่นของโปรแกรมฉีด Hyabell
- เน้นเติมน้ำให้ผิวอย่างเข้มข้น
- ผิวดูอิ่มฟูและชุ่มชื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ไม่มีส่วนประกอบจากปลาแซลมอน
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน
การดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรมฉีด Hyabell
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ 24 ชั่วโมง
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่แก่แพทย์

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีด Hyabell
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวัน
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- งดออกกำลังกายหนัก 24-48 ชั่วโมง
เปรียบเทียบโปรแกรมฉีด Rejuran VS โปรแกรมฉีด Hyabell แบบหมัดต่อหมัด

โปรแกรมฉีด REJURAN
- Meso สัญชาติเกาหลี
- ประกอบไปด้วยสาร Polynucleotide บริสุทธิ์ จาก DNA ของปลาแซลมอน
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ผิวมีร่องตื้น หลุมสิว
- ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้อาหารทะเล
- ผลลัพธ์อยู่นาน 1- 3 เดือน
- ทำซ้ำทุก 2-3 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 4 ครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
HYABELL
- Meso สัญชาติเยอรมัน
- ประกอบไปด้วยสาร HA Non-Crosslink ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน สลายเองได้ตามธรรมชาติ
- ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ คนแพ้อาหารทะเลฉีดได้
- เหมาะกับผิวขาดความชุ่มชื่น ผิวไม่กระชับ มีริ้วรอยร่องตื้น
- ฟื้นบำรุงผิวขาว สว่าง กระจ่างใส
- ทำ 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่นาน 3 - 6 เดือน
หากคุณมีปัญหาผิวอ่อนแอ มีหลุมสิว หรือเริ่มมีริ้วรอย และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน โปรแกรมฉีด Rejuran อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากคุณมีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว โปรแกรมฉีด Hyabell อาจตอบโจทย์ได้มากกว่า ทั้งนี้ การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด


