แชร์

ปัญหาสิวที่หลัง หลายคนมองข้าม พร้อมวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

อัพเดทล่าสุด: 4 มิ.ย. 2026
1223 ผู้เข้าชม

 สิวหลังรักษาได้ไหม? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนเริ่มรักษา

 
       ทำไมสิวที่หลังถึงขึ้นซ้ำ ๆ ทั้งที่ดูแลผิวเป็นอย่างดี? สิวหลังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย และอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการแต่งตัวหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อสิวเกิดการอักเสบหรือทิ้งรอยดำไว้บนผิว

         ความจริงแล้ว สิวหลังไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มีหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการอุดตันและการอักเสบของรูขุมขน เช่น เหงื่อ ความอับชื้น ฮอร์โมน หรือพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน มาทำความเข้าใจสาเหตุของสิวหลัง เพื่อเลือกวิธีดูแลและป้องกันได้อย่างเหมาะสม
 
 

สิวที่หลังเกิดจากอะไร?

     สิวที่หลังเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหงื่อ สิ่งสกปรก และน้ำมันส่วนเกิน (Sebum) เมื่อเกิดการอุดตันร่วมกับแบคทีเรียบนผิวหนัง ก็อาจทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวหัวหนองตามมาได้

     สาเหตุของสิวที่หลังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัจจัยภายในร่างกาย และปัจจัยภายนอกจากพฤติกรรมหรือสิ่งแวดล้อม

 

ปัจจัยภายใน

  • ฮอร์โมน
    การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล สามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวได้ง่าย

  • พันธุกรรม
    หากคนในครอบครัวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ก็อาจส่งผลให้มีโอกาสเกิดสิวที่หลังได้มากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากลักษณะการทำงานของต่อมไขมันและสภาพผิวสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

  • ความเครียด
    ความเครียดส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนบางชนิด ซึ่งอาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันบนผิวมากขึ้น ทำให้สิวที่มีอยู่เดิมอักเสบรุนแรงขึ้น หรือเกิดสิวใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม

ปัจจัยภายนอก

  • อาหารการกิน
    การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด อาหารแปรรูป หรืออาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงในปริมาณมาก อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดสิวในบางคนได้

  • เหงื่อและความอับชื้น
    บริเวณหลังเป็นจุดที่มีต่อมเหงื่อจำนวนมาก โดยเฉพาะในผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากปล่อยให้เหงื่อสะสมเป็นเวลานาน อาจเพิ่มโอกาสการอุดตันของรูขุมขนและการเกิดสิวได้

  • การดูแลความสะอาดของผิวหลัง
    การทำความสะอาดผิวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณหลังที่เข้าถึงได้ยาก อาจทำให้คราบเหงื่อ น้ำมัน และสิ่งสกปรกสะสม จนกลายเป็นสาเหตุของการอุดตันและการอักเสบของรูขุมขน

  • ยาบางชนิด
    ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ อาหารเสริมบางชนิด หรือยาที่มีผลต่อฮอร์โมน อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดสิวหรือทำให้อาการสิวรุนแรงขึ้นได้

  • เสื้อผ้าและเครื่องนอน
    การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น ระบายอากาศได้ไม่ดี หรือการใช้ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าขนหนูที่ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ อาจทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อ แบคทีเรีย และสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน

 

สิวที่หลังควรดูแลรักษาอย่างไร?

     การดูแลและป้องกันสิวที่หลังสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการสะสมของเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรกที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยมีวิธีดูแลดังนี้

1. ดูแลความสะอาดของร่างกาย
อาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก และเช็ดตัวให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อลดความอับชื้นและการสะสมของแบคทีเรียบนผิวหนัง

2. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
ควรเลือกเสื้อผ้าที่สะอาด ไม่รัดแน่นจนเกินไป และทำจากเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการเสียดสีและการสะสมของเหงื่อบริเวณแผ่นหลัง

3. เปลี่ยนชุดเครื่องนอนเป็นประจำ
ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มอาจสะสมเหงื่อ น้ำมัน และสิ่งสกปรกได้ ควรซักทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิว

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว
ควรเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน (Non-Comedogenic) และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง

5. ลดการเสียดสีบริเวณแผ่นหลัง
หลีกเลี่ยงการสะพายเป้หนัก ๆ หรือสวมใส่เสื้อผ้าหนาเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดการเสียดสีและการอักเสบของรูขุมขนได้

6. ระวังผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ครีมนวดผม แฮร์ออยล์ หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมบางชนิดอาจตกค้างบนผิวหลังและก่อให้เกิดการอุดตัน ควรล้างทำความสะอาดร่างกายหลังสระผมทุกครั้ง

7. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
ควรลดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง พร้อมรับประทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพผิวโดยรวม

8. หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว
การแกะ เกา หรือบีบสิวด้วยตนเอง อาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำหรือรอยแผลเป็นตามมา

 

สิวที่หลังกับผดร้อน ต่างกันอย่างไร?

     หลายคนที่มีตุ่มขึ้นบริเวณแผ่นหลังอาจเข้าใจว่าเป็นสิวหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการดังกล่าวอาจเกิดจากผดร้อน หรือภาวะรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละปัญหามีสาเหตุและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน การสังเกตลักษณะของผื่นหรือสิวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม

ลักษณะของสิวที่หลัง

     สิวที่หลังเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรียบนผิวหนัง โดยมักพบในรูปแบบของ

  • สิวอุดตันหัวขาวหรือหัวดำ
  • สิวอักเสบสีแดง
  • สิวหัวหนอง
  • สิวหัวช้างหรือสิวขนาดใหญ่
  • มักมีขนาดและลักษณะของตุ่มไม่เท่ากัน
  • อาจมีรอยดำหรือรอยแดงหลงเหลือหลังสิวหาย

ลักษณะของผดร้อน

      ผดร้อนเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ โดยมักพบในช่วงอากาศร้อนหรือในผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ลักษณะเด่นคือ

  • เป็นตุ่มเล็ก ๆ จำนวนมาก
  • มีขนาดใกล้เคียงกัน
  • มักขึ้นเป็นกลุ่มหรือกระจายเป็นบริเวณกว้าง
  • อาจมีอาการคันหรือแสบเล็กน้อย
  • พบได้บ่อยบริเวณหลัง หน้าอก คอ และบริเวณที่อับชื้น
  • มักดีขึ้นเมื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและลดการอับชื้น

วิธีสังเกตเบื้องต้น

       หากเป็นสิวที่หลัง มักพบสิวหลายรูปแบบปะปนกัน ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมถึงอาจมีรอยสิวเก่าหลงเหลืออยู่ด้วย ในขณะที่ผดร้อนมักเป็นตุ่มขนาดเล็กใกล้เคียงกันทั้งหมด และมักมีอาการคันร่วมด้วย

      อย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มเล็ก ๆ จำนวนมากขึ้นบริเวณหลังและหน้าอก ลักษณะคล้ายสิวแต่คันมาก โดยเฉพาะหลังออกเหงื่อ อาจเป็นภาวะรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา (Fungal Acne) ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

      หากไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ด้วยตนเอง หรือมีอาการเป็นเรื้อรัง รักษาไม่หาย หรือมีการอักเสบรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่ตรงจุด

 

พฤติกรรมที่ทำให้สิวที่หลังไม่หาย

     แม้จะดูแลผิวและใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างสม่ำเสมอ แต่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวที่หลังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือรักษาได้ยากกว่าที่ควร ดังนั้น การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการลดการเกิดสิวที่หลัง

  • อาบน้ำช้าหลังออกกำลังกาย
    หลังออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก เหงื่อ น้ำมัน และสิ่งสกปรกอาจสะสมอยู่บนผิวหนัง หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเพิ่มโอกาสการอุดตันของรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดสิวได้

  • สวมใส่เสื้อผ้าซ้ำหรือเสื้อผ้าที่ไม่สะอาด
    เสื้อผ้าที่สะสมเหงื่อ แบคทีเรีย และสิ่งสกปรก อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันของรูขุมขน โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายที่ควรเปลี่ยนและซักทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน

  • ไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ
    ชุดเครื่องนอนและผ้าเช็ดตัวสามารถสะสมเหงื่อ น้ำมันจากผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียได้ หากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิวที่หลังได้

  • ใช้ครีมนวดผมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแล้วล้างไม่สะอาด
    ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมบางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน เมื่อไหลสัมผัสบริเวณหลังขณะอาบน้ำ จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หลังได้

  • สวมใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเป็นประจำ
    เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือระบายอากาศได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดการเสียดสีและความอับชื้นบนผิวหนัง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดสิว

  • แกะ เกา หรือบีบสิวด้วยตนเอง
    การบีบหรือแกะสิวอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจทิ้งรอยดำหรือแผลเป็นไว้บนผิวหนังได้

  • รับประทานอาหารที่กระตุ้นการเกิดสิวเป็นประจำ
    อาหารที่มีน้ำตาลสูง ของทอด อาหารไขมันสูง หรืออาหารแปรรูป อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้สิวเห่อในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

  • ปล่อยให้ความเครียดสะสม
    ความเครียดอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ซึ่งอาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกินและทำให้อาการสิวรุนแรงขึ้นได้

    หากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ควบคู่กับการดูแลผิวอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวที่หลังและช่วยให้การรักษาเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น
     

บทความที่เกี่ยวข้อง
Hycoox Injector คืออะไร? เทคโนโลยีฉีดผิวหน้าใส ฟื้นฟูผิว
โปรแกรม Hycoox Injector เทคโนโลยีฉีดสารบำรุงผิวจากเกาหลี ช่วยกระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอ ลดบวมช้ำ ฟื้นฟูผิว กระชับรูขุมขน ปัญหาสิว หลุมสิว และเพิ่มความกระจ่างใส
26 ก.ย. 2023
เคล็ดลับกู้ผิวเสีย ให้กลับมาสุขภาพดีแบบเร่งด่วน
รวมเคล็ดลับฟื้นฟูผิวเสียสะสม ให้กลับมาชุ่มชื้น แข็งแรง กระจ่างใส พร้อมเผยผิวสุขภาพดี ดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ
10 ก.ย. 2025
อาหารเสริมปรับผิวใส ห่างไกลสิว ฉบับ Seven Days Clinic
วิตามินที่คุณหมอเลือก เพื่อตอบโจทย์ทุกสภาพปัญหาผิว ให้แก่คุณลูกค้าทุกคนเพราะการดูแลผิวที่ดี ควรเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ดีจากภายใน สู่ภายนอก
17 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy