Program Botox

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

คลายกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอย เผยผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

หนึ่งในสัญญาณของวัยที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนบนใบหน้า คงหนีไม่พ้น “ริ้วรอย” ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตาหรือตีนกา รวมถึง Bunny Lines บริเวณสันจมูก โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อและการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน


แม้ปัจจุบันจะมีหลากหลายวิธีในการดูแลและชะลอการเกิดริ้วรอย ตั้งแต่การบำรุงผิว การนวดหน้า ไปจนถึงการทำกัวซา แต่สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าโดยตรง โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยออกฤทธิ์ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อดูจางลง และผิวบริเวณดังกล่าวดูเรียบเนียนขึ้น



บทความนี้ Seven Days Clinic จะพามาทำความรู้จักกับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยให้มากขึ้น ตั้งแต่โบท็อกซ์ริ้วรอย

คืออะไร ช่วยดูแลริ้วรอยบริเวณไหนได้บ้าง มีข้อดีอย่างไร เหมาะกับใคร รวมถึงแต่ละบริเวณควรใช้โบท็อกซ์ประมาณกี่ Units เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการ

ริ้วรอย คืออะไร

ริ้วรอย (Wrinkles) คือ รอยพับ ร่อง หรือรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏขึ้นบนผิว โดยสามารถเกิดได้ทั้งจากการขยับกล้ามเนื้อและการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกหน้าผาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามอายุที่เพิ่มขึ้น


เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยประมาณ 20 กลาง ๆ เป็นต้นไป กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ประกอบกับปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงแดด พฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อน และการแสดงสีหน้าซ้ำเป็นประจำ จึงอาจทำให้เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยบาง ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา และรอบดวงตา


ในระยะแรก ริ้วรอยมักเห็นชัดเมื่อมีการแสดงสีหน้า หรือเรียกว่า ริ้วรอยแบบ Dynamic Wrinkles แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่องริ้วรอยบางตำแหน่งอาจยังมองเห็นแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า ซึ่งเรียกว่า Static Wrinkles ดังนั้น การเลือกวิธีดูแลริ้วรอยจึงควรพิจารณาจากประเภท ตำแหน่ง และความลึกของริ้วรอยร่วมกัน

ริ้วรอยเกิดจากกอะไร

สาเหตุของการเกิดริ้วรอยสามารถเกิดได้จากทั้ง ปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอก โดยแต่ละปัจจัยอาจส่งผลต่อโครงสร้างผิว ความยืดหยุ่น และความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวแตกต่างกัน ดังนี้


1. อายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวสูญเสีย

ความยืดหยุ่นและความกระชับ ทำให้เกิดริ้วรอยและร่องลึกได้ง่ายขึ้น


2. การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ

การยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก หรือหยีตา ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าหดตัวและผิวเกิดการพับซ้ำในตำแหน่งเดิม จึงเกิดเป็น Dynamic Wrinkles เช่น ริ้วรอยหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และตีนกา และอาจเห็นชัดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น


3. แสงแดดและรังสี UV

การสัมผัสรังสี UV เป็นเวลานานสามารถเร่งการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว หรือที่เรียกว่า Photoaging ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความไม่สม่ำเสมอของสีผิวได้ง่ายขึ้น


4. ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น

เมื่อผิวมีปัญหาความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ ริ้วเล็ก ๆ บนผิวอาจมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากจะมีริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด


5. พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่ รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างที่เพิ่มภาวะเครียดออกซิเดชัน อาจมีส่วนเร่งการเสื่อมของโครงสร้างผิวและทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย ซึ่งไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเกี่ยวกับอายุอย่างเดียว เพราะการมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อผิว ก็ทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน



ดังนั้น การเกิดริ้วรอยจึงไม่ได้มีสาเหตุจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลร่วมกันจากโครงสร้างผิว การทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า แสงแดด และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การเลือกวิธีดูแลจึงควรพิจารณาจากสาเหตุและประเภทของริ้วรอยเป็นหลัก

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย คืออะไร

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยทำงานโดยอาศัย Botulinum Toxin Type A เพื่อลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาท

ไปยังกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นการชั่วคราว โดยออกฤทธิ์บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง และช่วยลดการพับของผิวที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากการแสดงสีหน้า


กลไกการทำงานสามารถอธิบายได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้


1. ลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทสู่กล้ามเนื้อ (H3)

Botulinum Toxin Type A ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่ง Acetylcholine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีหน้าที่ส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว ส่งผลให้การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดลดลงชั่วคราว


2. ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด

เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง การขยับใบหน้าที่ทำให้ผิวพับซ้ำบริเวณเดิม เช่น การขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก หรือยิ้มจนเกิดรอยบริเวณหางตา ก็จะลดลงตามไปด้วย


3. ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าดูจางลง

เมื่อผิวถูกพับจากการทำงานของกล้ามเนื้อน้อยลง ริ้วรอยประเภท Dynamic Wrinkles เช่น ริ้วรอยหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว ตีนกา และ Bunny Lines จึงค่อย ๆ ดูเรียบเนียนและจางลง โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลักษณะริ้วรอยของแต่ละบุคคล



การออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์เป็นแบบชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา จึงไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานอย่างถาวร

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยเหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น เวลายิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกหน้าผาก
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มี ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก จากการเลิกคิ้วหรือขยับกล้ามเนื้อหน้าผากบ่อย ๆ
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มี รอยย่นระหว่างคิ้ว หรือรอยขมวดคิ้วที่เห็นชัดเมื่อแสดงสีหน้า
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มี ริ้วรอยหางตาหรือตีนกา ซึ่งเห็นชัดขึ้นเวลายิ้มหรือหัวเราะ
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มี Bunny Lines หรือรอยย่นบริเวณด้านข้างและสันจมูกเมื่อแสดงสีหน้า
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อดูจางลง และผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัดและมีระยะพักฟื้นค่อนข้างน้อย

ข้อดีของโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยเป็นหนึ่งในวิธีดูแล ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) โดยช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณเป็นการชั่วคราว ทำให้การพับของผิวจากการแสดงสีหน้าลดลง และริ้วรอยบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้น โดยมีข้อดีดังนี้


  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา และ Bunny Lines
  • ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ทำให้ผิวบริเวณที่เคยพับซ้ำจากการแสดงสีหน้าดูเรียบขึ้น
  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน ขั้นตอนการฉีดใช้เวลาค่อนข้างสั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งที่ต้องการดูแล
  • ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีแผลผ่าตัด และโดยทั่วไปสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังรับบริการ
  • สามารถปรับจำนวน Units ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล แพทย์สามารถประเมินจากตำแหน่งริ้วรอย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลักษณะใบหน้า
  • ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น เมื่อรอยขมวดคิ้วหรือริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าดูจางลง ใบหน้าโดยรวมอาจดูผ่อนคลายและสดใสมากขึ้น
  • สามารถดูแลริ้วรอยได้หลายบริเวณ โดยแพทย์จะเลือกจุดฉีดให้เหมาะกับการทำงานของกล้ามเนื้อแต่ละตำแหน่ง


ผลลัพธ์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ริ้วรอยแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการใช้ปริมาณมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินตำแหน่งและจำนวน Units ที่เหมาะสม



โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

โบท็อกซ์ริ้วรอยสามารถฉีดในหลายบริเวณของใบหน้าที่มีริ้วรอยสัมพันธ์กับการหดตัวของกล้ามเนื้อ โดยตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่


1. ริ้วรอยหน้าผาก (Forehead Lines) ช่วยดูแลเส้นริ้วรอยแนวนอนบริเวณหน้าผากที่เห็นชัดเมื่อเลิกคิ้วหรือแสดงสีหน้า

2. ริ้วรอยระหว่างคิ้ว (Frown Lines / Glabellar Lines) เหมาะกับรอยย่นบริเวณหว่างคิ้วที่เกิดจากการขมวดคิ้วซ้ำ ๆ ซึ่งบางคนอาจเห็นเป็นเส้นแนวตั้งบริเวณระหว่างคิ้ว

3. ริ้วรอยหางตา หรือตีนกา (Crow’s Feet) ช่วยดูแลริ้วรอยบริเวณหางตาที่มักเห็นชัดขึ้นเวลายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา

4. Bunny Lines บริเวณจมูก เป็นริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณด้านข้างหรือสันจมูก ซึ่งมักปรากฏชัดเมื่อยิ้ม ย่นจมูก หรือแสดงสีหน้า

5. ริ้วรอยบริเวณคาง (Chin Lines / Dimpling) ในบางราย การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคางอาจทำให้ผิวมีลักษณะย่นหรือเป็นคลื่น การฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ผิวบริเวณคางดูเรียบขึ้นได้


ตำแหน่งและจำนวน Units ที่ใช้จะแตกต่างกันตามโครงสร้างใบหน้า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระดับริ้วรอยของแต่ละบุคคล จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง

ตำแหน่งยอดนิยมและปริมาณยูนิต

  • หน้าผาก (Forehead Lines): ประมาณ 15–30 Units

ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ทำให้ริ้วรอยแนวนอนที่เห็นชัดขณะเลิกคิ้วดูจางลง


  • ระหว่างคิ้ว (Frown Lines): ประมาณ 6–25 Units

ช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขมวดคิ้ว ทำให้รอยย่นบริเวณหว่างคิ้วดูจางลง และใบหน้าโดยรวมดูผ่อนคลายมากขึ้น


  • หางตา หรือตีนกา (Crow’s Feet): ประมาณ 10–25 Units

ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ทำให้เกิดรอยพับบริเวณหางตาขณะยิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา


  • ใต้ตา (Under-Eye Lines): ประมาณ 5–15 Units

ในบางกรณีอาจใช้เพื่อดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใต้ตาที่สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม


บริเวณรอบดวงตามีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมโดยแพทย์อย่างระมัดระวัง

ค่าใช้จ่ายสำหรับ โปรแกรมฉีด Botox

 Botox เกาหลี 50u 3,500.- 100u 6,500.-

 Botox เยอรมัน 50u 7,500.- 100u 13,000.-

 Botox อเมริกา 50u 8,500.- 100u 15,000.-

 Botox Nabota 100u 8,900.-

รีวิวโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย
ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยเจ็บไหม?
โดยทั่วไปขณะฉีดอาจรู้สึกเจ็บหรือจี๊ดเล็กน้อยจากเข็มในแต่ละจุด แต่ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ระดับความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หลังฉีดอาจพบรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยกี่วันเห็นผล?
หลังฉีดโบท็อกซ์ การทำงานของกล้ามเนื้อจะไม่ได้ลดลงทันที โดยทั่วไปอาจเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 3–5 วัน และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ริ้วรอยอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลของโบท็อกซ์เป็นแบบชั่วคราว โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจคงอยู่ประมาณ 4-6 เดือน ก่อนที่การทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปริมาณที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกาย
ควรเว้นระยะฉีดโบท็อกซ์นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปไม่ควรฉีดซ้ำถี่เกินความจำเป็น และมักพิจารณาการฉีดครั้งต่อไปเมื่อผลของครั้งก่อนเริ่มลดลง ซึ่งมักอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือนขึ้นไป การกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินจากการกลับมาทำงานของกล้ามเนื้อและริ้วรอยของแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย?
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่เคยแพ้ Botulinum Toxin หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการ นอกจากนี้ ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ก่อนฉีดทุกครั้ง
ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยแล้วหน้าจะแข็งไหม?
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด จำนวน Units เทคนิคการฉีด และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมมีเป้าหมายเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ไม่ใช่ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าทั้งหมดหยุดทำงาน จึงควรให้แพทย์ประเมินและวางแผนการฉีดเป็นรายบุคคล
โบท็อกซ์ช่วยได้ทั้งริ้วรอยตื้นและร่องลึกไหม?
โบท็อกซ์เหมาะกับ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) เป็นหลัก เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และตีนกา หากเป็นร่องลึกหรือ Static Wrinkles ที่ยังมองเห็นแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า โบท็อกซ์อาจช่วยลดการพับซ้ำของผิว แต่ร่องเดิมอาจไม่หายไปทั้งหมด จึงควรให้แพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้วิธีดูแลอื่นร่วมด้วยหรือไม่
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy