Mounja

เปป์ไทด์อิ่มทิพย์ ลดอ้วน ลดโรค

 

โปรแกรม Mounja 
เปป์ไทด์อิ่มทิพย์ ลดอ้วน ลดโรค

 

          ปัจจุบัน “ภาวะน้ำหนักเกิน” หรือ “โรคอ้วน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรูปร่างเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ความเหนื่อยล้า หรือความไม่มั่นใจในตัวเอง

          หลายคนพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานที่ดีและสำคัญ แต่ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลา และบางครั้งอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จะดีกว่าไหม…ถ้ามีตัวช่วยที่ทำให้การดูแล รูปร่างเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          โปรแกรม Mounja คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลเรื่องการลดน้ำหนัก และควบคุมความอยากอาหารอย่างเป็นระบบ วันนี้ Seven Days Clinic จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับโปรแกรมนี้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลรูปร่างและสุขภาพอย่างมั่นใจค่ะ


โปรแกรม Mounja คืออะไร

         โปรแกรม Mounja  คือ “ตัวช่วยควบคุมความอยากอาหาร” ในรูปแบบ ปากกาฉีดสัปดาห์ละครั้ง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักและพฤติกรรมการกินเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตัวปากกาใช้งานสะดวก ฉีดใต้ผิวหนังเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยตัวยาจะช่วย:

  • ลดความหิว
  • ทำให้อิ่มเร็วขึ้น
  • อิ่มนานขึ้น
  • ลดปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ

จึงถูกนำมาใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เป็น “เครื่องมือเสริม” ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย

         โปรแกรม Mounja มีตัวยาสำคัญชื่อว่า tirzepatide พัฒนาโดย Eli Lilly and Company ในทางการแพทย์ ยานี้ได้รับการอนุมัติสำหรับใช้รักษา โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผ่านการกระตุ้นฮอร์โมน 2 ชนิดพร้อมกัน คือ GIP และ GLP-1

          กลไกนี้ไม่เพียงช่วยควบคุมน้ำตาล แต่ยังส่งผลต่อศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง และชะลอการล้างกระเพาะอาหาร จึงทำให้รู้สึกอิ่มนาน และรับประทานอาหารลดลงโดยธรรมชาติ

ปัจจุบันใช้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 และควรอยู่ภายใต้การประเมิน และติดตามของแพทย์เท่านั้น


หลักการทำงานของโปรแกรม Mounja 

          โปรแกรม Mounja ใช้ยาฉีดชนิดปากกา (สัปดาห์ละครั้ง) ที่มีตัวยาสำคัญชื่อ tirzepatide ซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย 2 ชนิด คือ GIP และ GLP-1 ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้ปกติจะถูกหลั่งหลังรับประทานอาหาร และมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงความหิว

เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตัวยาจะทำงานผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่

1. ควบคุมความหิวจากสมองยาออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้
  • หิวน้อยลง
  • อิ่มเร็วขึ้น
  • ลดความอยากอาหารจุกจิก


2. ชะลอการล้างกระเพาะอาหาร อาหารจะถูกย่อยและเคลื่อนผ่านกระเพาะช้าลง ทำให้อิ่มนานขึ้น ลดการกินซ้ำระหว่างมื้อ


3. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลสูง
  • ลดการหลั่งกลูคากอน
  • ทำให้ระดับน้ำตาลสมดุลมากขึ้น

ข้อดีของโปรแกรม Mounja 

  • ช่วยควบคุมความอยากอาหารได้จริง ลดความหิว อิ่มเร็ว และอิ่มนานขึ้น ทำให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องฝืนมากเกินไป
  • สนับสนุนการลดน้ำหนักอย่างเป็นระบบ เมื่อรับประทานอาหารลดลงอย่างเหมาะสม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ จึงช่วยให้การลดน้ำหนักมีทิศทางที่ชัดเจน
  • รูปแบบปากกา ใช้งานสะดวก เป็นปากกาฉีดใต้ผิวหนัง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไม่ต้องฉีดทุกวัน เพิ่มความสะดวกในการดูแลตัวเอง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตัวยา tirzepatide ถูกพัฒนาโดย Eli Lilly and Company ในทางการแพทย์ใช้สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลผ่านกลไกฮอร์โมน GIP และ GLP-1
  • เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่การพึ่งยาอย่างเดียว โปรแกรมนี้ถูกออกแบบให้ใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม เช่น การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น

โปรแกรม Mounja  เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มี BMI ≥ 27 ที่มีภาวะเสี่ยง เช่นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง
  • ผู้ที่มี BMI ≥ 30 อยู่ในภาวะอ้วน
  • ผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก
  • ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องการผ่าตัด

โปรแกรม Mounja  ไม่เหมาะกับใคร

          แม้โปรแกรม Mounja จะเป็นตัวช่วยควบคุมความอยากอาหารและระดับน้ำตาลได้ดี แต่ก็ไม่เหมาะกับทุกคน ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ก่อนเริ่มใช้ โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ที่ไม่ได้มีภาวะน้ำหนักเกินตามเกณฑ์ ผู้ที่มี BMI ปกติ และต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม อาจไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมนี้

  • หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอในกลุ่มนี้

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือเคยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma (MTC) หรือมีภาวะ MEN2

  • ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนพิจารณาใช้

  • ผู้ที่มีโรคทางเดินอาหารรุนแรง เช่น ภาวะกระเพาะเคลื่อนตัวช้าอย่างรุนแรง (Gastroparesis)

  • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยในช่วงอายุดังกล่าว

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับรักษาโปรแกรม Mounja 
​​เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเตรียมตัวดังนี้

1. เข้ารับการประเมินโดยแพทย์

  • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณ BMI
  • ประเมินโรคประจำตัว
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หรือผลเลือดที่จำเป็น
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ปัจจุบัน


2. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด โดยเฉพาะหากมีประวัติ

  • โรคตับอ่อนอักเสบ
  • โรคไทรอยด์
  • โรคทางเดินอาหาร
  • ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์


3. ปรับความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม

  • โปรแกรมนี้เป็น “เครื่องมือช่วย” ไม่ใช่การลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน
  • ควรใช้ควบคู่กับการควบคุมอาหาร และปรับพฤติกรรม
  • อาจมีอาการข้างเคียงช่วงแรก เช่น คลื่นไส้ อิ่มเร็ว


4. เตรียมร่างกายในวันฉีด
  •  ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร (เว้นแต่แพทย์แนะนำ)
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ


 

การดูแลตัวเองหลังเข้ารับรักษาโปรแกรม Mounja 

         หลังเริ่มโปรแกรม Mounja การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดี ลดอาการข้างเคียง และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำหนัก

1. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

  • รับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ฝืนกินจนแน่น
  • แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ หากรู้สึกอิ่มเร็ว
  • เลี่ยงอาหารมันจัด ของทอด และอาหารปริมาณมากในมื้อเดียว
  • เพิ่มโปรตีนและผัก เพื่อช่วยให้อิ่มนาน


2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยระบบเผาผลาญและลดอาการคลื่นไส้


3. สังเกตอาการข้างเคียงช่วงแรก อาการที่พบได้ เช่น
  •  คลื่นไส้
  • อิ่มเร็ว
  • ท้องอืด
  • ถ่ายเหลวหรือท้องผูก

       อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรกและค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์

4. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

     แนะนำการออกกำลังกายแบบเบา–ปานกลาง เช่น เดินเร็ว เวทเทรนนิ่งเบา ๆ เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างการลดน้ำหนัก


ผลข้างเคียงหลังทำการรักษาโปรแกรม Mounja 

อาการที่พบบ่อย (มักเกิดช่วงเริ่มต้น และค่อย ๆ ดีขึ้น)
  • คลื่นไส้
  • อิ่มเร็ว แน่นท้อง
  • ท้องอืด
  • ท้องผูก หรือถ่ายเหลว
  • เบื่ออาหาร
    อาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับกลไกที่ทำให้กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้าลง และมักดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้

อาการที่พบได้น้อย แต่ควรเฝ้าระวัง

  • อาเจียนรุนแรง
  • ปวดท้องรุนแรงหรือปวดท้องลึก (ควรระวังภาวะตับอ่อนอักเสบ)
  • ระดับน้ำตาลต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลตัวอื่นร่วมด้วย)
  • ก้อนหรืออาการผิดปกติบริเวณคอ (เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์)
    หากมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติ ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที











Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้