รวมวิธี ดูแลผิวจาก 10 ปัญหาผิวที่มักพบในฤดูฝน

Last updated: 2 ส.ค. 2566  |  308 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รวมวิธี ดูแลผิวจาก 10 ปัญหาผิวที่มักพบในฤดูฝน

รวมวิธี ดูแลผิวจาก 10 ปัญหาผิวที่มักพบในฤดูฝน 


1.หน้าแห้ง ไม่ชุ่มชื้น

2.หน้ามัน เยิ้ม

3.ผิวคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ

4.ผื่นแพ้น้ำ มลภาวะ

5.ปัญหารังสี UV 

6.ปัญหาสิว

7.ผิวหนังอักเสบแบคทีเรีย

8.ผิวหนังอักเสบจากแมลง

9.จุดด่างดำจากการแพ้น้ำ

10.เชื้อรา


ผ่านช่วงฤดูร้อนมาแล้วแต่ใครจะรู้ว่าฤดูฝนคือฤดูที่สามารถพบเจอกับปัญหาผิวได้มากที่สุด นอกจากฝนที่ตกลงมาให้ความชุ่มฉ่ำ ยังพาปัญหา รวมทั้งโรคผิวหนังต่าง ๆ เหล่านี้มาด้วย มารู้จักกับวิธีการรับมือปัญหาผิวเหล่านี้ ให้ฤดูฝน หมดห่วงเรื่องผิว


1.หน้าแห้ง ไม่ชุ่มชื้น

     อากาศที่ร้อนอบอ้าวก่อนฝนตก จะส่งผลให้อากาศแห้ง ผิวหน้าลอกเป็นขุย ขาดความชุ่มชื้น ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นกับผิว


2.หน้ามัน เยิ้ม

     เนื่องจากฤดูฝนมีความชื้นในอากาศที่สูง กระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวให้ผลิตน้ำมันออกมามาก รูขุมขนกว้าง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ในที่เป็นสูตร ควบคุมความมัน เพื่อควบคุมความมันบนใบหน้า


3.ผิวคล้ำไม่สม่ำเสมอ

     จากอากาศที่ชื้น อาจจะไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันผิวจากแสงแดด ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำได้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มไวท์เทนนิ่ง เพื่อให้ผิวกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ


4.ปัญหารังสี UV 

     ปัญหารังสี UV ที่ผ่านชั้นบรรยากาศยังสามารถทำร้ายผิวเราได้ ทำให้ผิวคล้ำเสีย เสี่ยงเกิดฝ้าและกระ จุดด่างดำ ได้โดยไม่รู้ตัว ควรใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของSPF 50 PA+++ ป้องกัน UVA UVB เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องจากรังสีเหล่านี้ได้


5.ผื่นแพ้น้ำ มลภาวะ

     เนื่องจากน้ำฝนมีมลภาวะที่อยู่ในชั้นบรรยากาศอาจจะตกลงมาตามฝน เมื่อสัมผัสหรือโดนผิว อาจก่อให้เกิดอาการแพ้และผิวเป็นผื่น ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำฝน และทานยาแก้แพ้ และใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สำหรับผิวแพ้ง่าย


6.ปัญหาสิว

     ปัญหาจากหน้ามันและมลภาวะที่มาจากน้ำฝน อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาสิวตามมาจนเกิดเป็นสิวอักเสบและสิวอุดตัน หากมีอาการแพ้มากควรพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษา หรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่เป็นสิวผิวแพ้ง่าย บางเบา ไม่ขุดตันรูขุมขน


7.ผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย

     ผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถก่อให้เกิดโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น แผลพุพอง รูขุมขนอักเสบ และผื่นผิวหนังเป็นต้น ในฤดูฝนสามารถพบเจอโรคผิวหนังเหล่านี้ได้ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินอาการและทำการรักษาตามอาการ โดยมีการทานยา และทายาร่วมด้วย


8.ผิวหนังอักเสบจากแมลง

     ภาวะที่ผิวหนังมีการอักเสบหลังจากการถูกแมลงกัดหรือต่อย โดยอาการ คือ เกิดตุ่มนูน บวมขึ้นที่ผิวหนัง โดยบริเวณที่ถูกกัดอาจเป็นตุ่มน้ำใส ตุ่มแข็ง หรือจุดแดง เป็นผื่น ควรทายาแก้อักเสบในบริเวณที่ถูกแมลงกัด ไม่เกา หรือสัมผัสบริเวณนั้นบ่อยเนื่องจากจะทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นและกระจายวงกว้าง


9.จุดด่างดำจากการแพ้น้ำ

     เมื่อโดนฝนหรือสัมผัสกับน้ำฝนอาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้น้ำ ก่อนอื่นควรทำความสะอาดผิวและใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมวิตามินอี วิตามินซี และอาร์บูติน ที่ช่วยลดจุดด่างดำ


10.เชื้อรา

     ความชื้นจากฝนที่สะสม สามารถทำให้เกิดเชื้อราได้ โดยการรักษาจะต้องทายาอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ในบริเวณที่เป็นเชื้อรา


 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Skin Care Tips for 10 Common Skin Problems During the Rainy Season

After passing through the hot season, few people may realize that the rainy season is the time when skin problems are most common. Besides providing moisture, the rain also brings various skin issues and dermatological conditions. Let's learn how to deal with these skin problems and have worry-free skin during the rainy season.


1. Dry and Dehydrated Skin

Before the rain arrives, the hot and humid weather can make the air dry, leading to flaky and dehydrated facial skin. To combat this, use a moisturizer or hydrating product to keep your skin moisturized.


2. Oily and Greasy Skin
Due to the high humidity during the rainy season, sebaceous glands beneath the skin produce excess oil, leading to wide pores. Use products specifically formulated to control oil to manage facial oiliness.


3. Uneven and Dull Complexion
The humid weather might deter some people from using products to protect their skin from sunlight, leading to uneven and dull skin tones. Use whitening products to achieve a radiant and even complexion, reducing dullness.


4. UV Radiation-Related Issues
UV radiation during the rainy season can still damage our skin, causing darkening and the formation of freckles and dark spots. Use sunscreens with SPF 50 PA+++ to protect your skin from UVA and UVB rays.


5. Allergic Reactions to Water and Pollution
Rainwater can carry pollutants from the atmosphere, causing skin allergies and rashes upon contact with the skin. Avoid getting soaked in the rain and use skincare products suitable for sensitive skin.


6. Acne Problems
The combination of humidity and pollution during the rainy season can lead to acne breakouts and clogged pores. For those with severe acne, it's essential to consult a dermatologist for proper treatment, while using gentle products for acne-prone and sensitive skin.


7. Inflammatory Bacterial Skin Conditions
Bacterial infections during the rainy season can cause various skin problems such as boils, folliculitis, and skin rashes. If you encounter such conditions, consult a dermatologist for proper assessment and treatment, including the use of prescribed medications.


8. Skin Irritations from Insects
Skin inflammation after insect bites or stings may cause redness and swelling. Apply soothing creams or ointments to the affected areas and avoid scratching or touching them frequently to prevent further spread.


9. Dark Spots Caused by Water Allergies
Water allergies might cause dark spots on the skin. Cleanse your skin thoroughly and use products with gentle ingredients, including Vitamin E, Vitamin C, and Arbutin, which help reduce dark spots.


10. Fungal Infections
Accumulated humidity during the rainy season can foster fungal infections. Consistent and proper use of antifungal creams, as advised by a doctor, is essential for treating such infections.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้