PN และ PDRN คืออะไร ต่างกันยังไง

5 Views  | 

PN และ PDRN คืออะไร ต่างกันยังไง

PN และ PDRN คืออะไร ต่างกันยังไง

ทำไมใครๆก็ต้องพูดถึง PN และ PDRN ต่างจากการทำหัตถการอื่นๆยังไง?

Skin Longevity ทำไมหลายคนถึงพูดถึง

        ปัจจุบันเทรนด์ผิวสวยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลายคนไม่ได้ต้องการผิวที่ดูปรุงแต่งจนเกินไป แต่โฟกัสที่ “ผิวคลีน สุขภาพดี และแข็งแรงจากภายใน” มากกว่า

        นี่จึงเป็นเหตุผลที่คำว่า Skin Longevity ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักการดูแลตัวเอง เพราะไม่ได้หมายถึงแค่การชะลอวัย แต่คือการดูแลผิวให้แข็งแรงและดูดีได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่สวยเพียงชั่วคราว

        เมื่อพูดถึงหัตถการที่ช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก หลายคนคงคุ้นชื่อ PN และ PDRN ซึ่งเป็นกลุ่มสารฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นการทำงานของผิวจากภายใน แต่ก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อาจสงสัยว่า ทั้งสองชนิดนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง วันนี้ Seven Days Clinic มีคำตอบมาฝากค่ะ

PN และ PDRN คืออะไร

        PN (Polynucleotide) เป็นสารที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน หรือเป็นปลาเทราต์ โดยมีลักษณะเป็นสายโมเลกุลที่ยาว และมีน้ำหนักโมเลกุลค่อนข้างสูง โดยทั่วไปมากกว่า 1,000 kDa ขึ้นไป อีกทั้งยังมีความเข้มข้นสูงกว่า PDRN ประมาณหลายเท่า จึงมีความเสถียรของโครงสร้างมากกว่า

        ด้วยคุณสมบัติด้านโครงสร้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์และมีความเสถียรสูง PN จึงถูกนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ในรูปแบบของ
วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงหัตถการด้านผิวพรรณที่ต้องการสารที่มีความคงตัวในระดับสูง

         PDRN (Polydeoxyribonucleotide) เป็นสารที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนเช่นเดียวกัน แต่มักได้มาจากส่วนอสุจิปลาแซลมอน โดยมีลักษณะเป็นสายโมเลกุลที่สั้นกว่า และมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยประมาณ 350 kDa หรือน้อยกว่า

         ด้วยขนาดโมเลกุลที่เล็กกว่าและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน PDRN จึงถูกพัฒนาในรูปแบบ
ของผลิตภัณฑ์ทางยา และถูกนำมาใช้ในบริบททางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

PN และ PDRN ต่างกันอย่างไร

         แม้ว่า PN และ PDRN จะเป็นสารที่มีต้นกำเนิดจาก DNA ของปลาแซลมอนเหมือนกัน และถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์และความงามเพื่อการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แต่ทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกัน
ในระดับโครงสร้างโมเลกุล ขนาด และกระบวนการผลิต ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการนำไปใช้

1. ขนาดโมเลกุล (Molecular Weight)

  • PN (Polynucleotide) มีสายโมเลกุลที่ยาวกว่า และมีน้ำหนักโมเลกุลสูง โดยทั่วไปมากกว่า 1,000 kDa
  • PDRN (Polydeoxyribonucleotide) มีสายโมเลกุลสั้นกว่า และมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยประมาณ 350 kDa หรือน้อยกว่า

2. ความเข้มข้นและความเสถียรของโครงสร้าง
PN มีความเข้มข้นและความเสถียรของโครงสร้างสูงกว่า จึงคงตัวได้ดีในรูปแบบผลิตภัณฑ์บางประเภท
ขณะที่ PDRN มีโครงสร้างขนาดเล็กกว่า จึงถูกพัฒนาในบริบทที่แตกต่างออกไป

3. รูปแบบการพัฒนาและการใช้งาน
PN มักถูกพัฒนาเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์บางประเภท
ส่วน PDRN มักถูกพัฒนาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทางยาเพื่อใช้ในกระบวนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ


PN เหมาะกับใคร

        สำหรับ PN (Polynucleotide) เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าผิวเริ่มอ่อนแอ ไม่แข็งแรง หรือฟื้นตัวได้ช้ากว่าเดิม แนวคิดของการใช้ PN มักเน้นไปที่การดูแลผิวระยะยาว เสริมคุณภาพผิวจากภายใน และปรับสภาพผิวให้กลับมาสมดุลมากขึ้น

เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะผิวดังนี้:

  • ผิวบาง ผิวอ่อนแอ หรือแพ้ง่าย
  • ผิวที่ผ่านการทำเลเซอร์หรือหัตถการบ่อย
  • ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ขาดความแน่นกระชับ
  • ผิวที่ดูโทรม ฟื้นตัวช้า

PDRN เหมาะกับใคร

          สำหรับ PDRN (Polydeoxyribonucleotide) เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูสดใสและสุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ผิวดูอ่อนล้า ขาดความชุ่มชื้น หรือมีสภาพผิวที่ต้องการการดูแลเพื่อให้กลับมาดูเรียบเนียน
และสมดุลมากขึ้น 

เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะผิวดังนี้ :

  • ผิวโทรม พักผ่อนน้อย ผิวดูไม่สดใส
  • ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวไม่อิ่มฟู
  • ผิวที่มีรอยแดงหรือระคายเคืองง่าย
  • ผิวที่ต้องการการฟื้นฟูหลังเผชิญมลภาวะหรือแสงแดด
  • ผู้ที่เริ่มดูแลผิวเชิงลึกเป็นครั้งแรก
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูโกลว์ สุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ

วิธีดูแลผิวหลังทำการรักษาโปรแกรม PN และ PDRN

หลังเข้ารับการรักษาด้วยโปรแกรม PN หรือ PDRN ผิวอาจอยู่ในช่วงฟื้นตัวระยะสั้น ๆ แม้จะเป็นหัตถการที่เน้นการฟื้นฟูผิว แต่การดูแลหลังทำอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าภายใน 24 ชั่วโมงแรก (หรือปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์)
  • งดสครับผิว ผลัดเซลล์ผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้ / เรตินอล หลังทำการรักษา 5-7 วัน
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนัก 1–2 วัน
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
  • ใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริม skin barrier
  • งดนวดหน้า หรือกด บีบ บริเวณที่ทำการรักษา
  • หากมีผิวระบมช้ำ จะดีขึ้นในช่วง 5-10 วัน

โดยทั่วไปอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรือรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก เจ็บมาก หรือแดงนานกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีค่ะ

โปรแกรมในกลุ่มของ PN 

โปรแกรมในกลุ่มของ PDRN (H2)

โปรแกรมฉีด P-Cell  เป็นหัตถการฉีด Skin Booster หรือสารบำรุงผิวที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูและบำรุงสภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก ด้วยส่วนผสมหลักที่มาจาก DNA ปลาแซลมอน (Polydeoxyribonucleotide / PDRN) ผสานกับ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มฟูมากขึ้น โดยมักฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้เพื่อให้สารบำรุงทำงานอย่างตรงจุด ซึ่งจะไม่ใช่โปรแกรมในกลุ่มของ PN 

โปรแกรมฉีด P-Cell มีคุณสมบัติหลายด้านที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม เช่น :

  • เติม ความชุ่มชื้นและความอิ่มน้ำ ให้ผิวดูฉ่ำวาวและไม่แห้งกร้าน 
  • ช่วยให้ผิว เรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น กับสัมผัสที่นุ่มขึ้น 
  • กระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น 
  • ปรับสีผิวให้ดู กระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม
  • ช่วย เติมเต็มหลุมสิวหรือลดรอยบุ๋ม ให้ตื้นขึ้นได้ในบางกรณี 
  • ทำให้รูขุมขนดูเล็กลงและผิวโดยรวมดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ใครที่กำลังมองหาโปรแกรมในกลุ่ม PN หรือ PDRN ก็สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Seven Days Clinic ได้เลยนะคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID:  @sevendaysclinic 
Tel:  095-829-6719


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้